ผาชมนาง อ้อมกอดของขุนเขา สายหมอก สายน้ำอู หนองเขียว

         ผาชมนาง สถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักท่องเที่ยวที่ซักครั้งต้องไปเยือนให้ได้ เพราะที่นี่ ” หนองเขียว ” หรือเมืองงอยใหม่ สาเหตุที่เมืองงอยเก่าอยู่ไกลเกินไป การเดินทางที่สะดวกสุดคือทางเรือ ทำให้ชุมชนก็ย้ายมาอยู่ปากแม่น้ำอู กลายเป็นชุมชนใหม่เกิดขึ้น เนื่องจากการที่เป็นทางผ่านจากหลวงพระบางไปแขวงหัวพัน และอุดมไช (อุดมไชมีรถไฟผ่าน แต่ถ้าจะไปหัวพันต้องไปทางรถอย่างเดียว)
การเดินทางเราจะเริ่มจากสถานีรถไฟหลวงพระบาง  เดินทางมุ่งหน้าสู่ถนนหมายเลข 13 เหนือ ผ่าน ปากเซือง ปากอู ปากงา ปากมอง ( จะมีร้านอาหารที่น่าสนใจหลายที่ สามารถแวะทานได้) เลี้ยวขวาสู่น้ำบาก จากนั้นเดินทางอีก 30 นาทีก็จะถึงหนองเขียว แต่สำหรับสุภาพสตรีถ้าต้องการเข้าห้องน้ำ ควรบอกคนขับไว้เนิ่นๆ เพราะห้องน้ำที่นี่จะไม่มาตรฐานเหมือนบ้านเราและจะนานๆเจอปั๊มที่ยังไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่
ระหว่างทาง เราจะผ่าน 1 ใน 7 ของ ” เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ แม่น้ำอู 1 ” เป็น 1 ในเทคโนโลยีของจีนในสายน้ำแห่งนี้ จากทั้งหมด 7 เขื่อน เรียกว่าเป็น ” โครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน ”  ที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นการส่งกระแสไฟฟ้าไปยังประเทศสิงคโปร โดยผ่านไทยและมาเลเซีย มีกำลังผลิตถึง 100 เมกกะวัตต์ เป็นการเริ่มต้นการเชื่อมโครงข่ายระบบไฟฟ้าอาเซียน (Asen Power Grid) 
         จากหลวงพระบาง หลังจากเดินทางมา 3 ชั่วโมงก็จะถึง ” หนองเขียว ” เมืองริมแม่น้ำอู หนองเขียวเป็นเมืองเล็กๆ ทางผ่านไปเวียตนามเหนือได้โดยผ่านแขวงพัวพัน ซำเหนือ จะเจอสะพานข้ามแม่น้ำอู ซึ่งจะเป็นจุดไฮไลท์และแลนด์มาร์คของที่นี่ พลาดไม่ได้  แม้ตัวสะพานจะแคบหน่อย แต่ชาวบ้านก็จะค่อยๆขับรถผ่านเพราะการเห็นนักท่องเที่ยวปั่นจกรยาน เดินเล่น จับกลุ่มถ่ายรูป ก็คือเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ชุมชนนั่นเอง ยิ่งนักท่องเที่ยวเยอะเท่าไหร่ก็ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเท่านั้น แนะนำว่ามาตอนเช้าหรือตอนเย็นนะครับ จะเห็นหมอกพร้อมแสงอาทิตย์วิวสวยงามลืมเหนื่อย
ตรงทางขึ้นจะมีป้ายแบนเนอร์เชิญชวน รูปไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ทำให้รู้สึกไม่หวั่นกับการที่ต้องปีนเขา(ถึงไม่สูงก็เถอะ)
ป้ายบอกใช้เวลาไม่นานแค่ 30 นาที ซึ่งก็เป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้มีแรงฮึด (จริงแล้วพึ่งขึ้นมานิดเดียว) KEEP FIGHTING สู้ สู้..เด้อ
ครึ่งทางแล้ว ก็จะมีจุดพัก ชาวบ้านเตรียมจุดพักให้หลายที่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต่างทบอยขึ้นมา จะมากก็ตอนเย็นและตอนเช้าช่วงนี้ทางเดินก็ไม่ชันเท่าไหร่ มีชิงช้าให้นั่งพักด้วย
ช่วงประมาณ 20 นาทีแรก ก็จะเนินๆไปไม่ชันมาก ต้องชมชาวบ้านที่แแกแบบเส้นทางมาดีมาก ไม่โหดและลัดจนเกินไป เดินไปเรื่อยๆ ซ้าย-ขวา ขวาซ้าย
อีก 100 เมตร ฮอดจุดชมวิว ไหวบ่ อีกไม่ไกลก็ถึงแล้ว ผาชมนาง ที่ใฝ่ฝันถึงมานาน เจอกันแน่ๆ
ด่านสุดท้าย ขันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงว่าจะลำบากเท่าไหร่ บันไดดิน+หินมั่นคง  สามารถขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย มีราวเกาะในช่วงที่ขัน ป้องกันหัวทิ่มลงเหว
ครั้งแรกที่เงยหน้าขึ้นตอนที่ถึงยอด บอกตรง!!! คุ้มค่าของการเดินทางจริงๆ แม้ว่าวันนั้นท้องฟ้าจะไม่เปิด แต่ภาพภูผาสายน้ำเบื้องล่างถูกธรรมชาติสร้างมาอย่างลงตัว รูปของภูเขาที่เรียงราย คลุมด้วยป่าไม้สีเขียวมีลำอูทอดผ่านมองยาวสุดตา จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังติดตามเส้นทางของแม่น้ำไปจนถึงปลายฟ้า
มีหลังคาของชุมชนบ้านเรือนเมืองหนองเขียวกระจายริมน้ำ 
เมืองงอยที่ฝังใจ คำนี้ไม่ใช่แค่วลีเท่ห์ๆเท่านั้น ที่นี่คือสวรรค์ของนักเดินทางที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและยังคงไว้ซึ่งความเป็นลาวดั่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ชาวบ้าน อาคารบ้านเรือน ที่ยังคงยังคงรักษ์ความเป็นลาวไว้ให้เห็นในปัจจุบัน รอยยิ้มของชาวบ้านที่ผ่านไปมา การโบกไม้โบกมือทักทายนักท่องเที่ยวแม้ต่างชาติต่างภาษา

โปรแกรมทัวร์ลาวที่น่าสนใจ