วัดสีเมือง เวียงจัน

Wat Si Muang
วัดสีเมืองหรือวัดศรีเมือง เวียงจัน เป็นพระอารามหลวงของนะคอนหลวงเวียงจัน ที่มีทั้งเกียรติและศักดิ์สิทธื์ ถือเป็น 1 ใน ศรี 5 ประกอบด้วย ศรีเมือง ศรีพูล ศรีฐาน สีบัวบาน ศรีหอม ในสมัยโบรณ การทำพิธีสำคัญของกษัตริย์โบราณ ไม่ว่าจะเป็นราชพิธีสำคัญใดๆเช่น การราชาภิเษกขึ้นครองราช จะต้องนำน้ำพุทธมนต์จาก วัด 5 ศรี ทั้งหมดมาประกอบพิธีพุทธาภิเษก
แม้นว่าวัดสีเมืองจะเป็น"วัดหลวง"มีความสำคัญของลาว มีเพียงเรื่องเล่าเกี่ยวกับหลักหินรูปสี่เหลี่ยมในโบสถ์ ซึ่งก็เป็นแค่เรื่องเล่าอ้างอิงจากตำนานและนิทานต่างๆ แต่ไม่มีหลักฐานที่จะบันทืกไว้เป็นทางการจากอดีต ซึ่งอาจจะโดนเผาทำลายจากสงครามแต่ก็ยังถือว่า หลักหินโบราณอันนั้น ก็คือเสาหลักบ้านหลักเมืองจวบจนถึงปัจจุบัน
Wat Si Muang
จากเรื่องเล่าของคนเฒ่าโบราณเล่าสู่ฟังว่าเกือบ 70 ปีที่แล้วบริเวณวัดศรีเมืองอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ใหญ่ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิดเช่นไก่ปลานกกระรอกกระแตกระต่ายและแถวนี้ยังมีหนองอยู่หลายหนองเช่นหนองโดนน้องส้มโฮงเป็นต้น ในบริเวณวัดร้างมีหลักหินที่สือว่าเป็นหลักเมืองเดียวของปัจจุบันตั้งเด่นอยู่บนหินดินเผาที่สลักหักพังไร้การดูแล อยู่ตรงข้ามกับต้นจำปาใหญ่มีอายุ 100 ปีและต้นโพธิ์ใหญ่ต้นนี้มีลักษณะใหญ่โตมโหฬาถัดจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปทางทิศตะวันตกหรือเหนือมีองค์พระธาตุหินศิลาแลงที่ปลุกคุมด้วยเถาวัลย์ ดูแล้วมีมนต์ครอบคลุมบริเวณดังกล่าวจนเป็นที่ยำเกรงของคนที่แถวนี้หลังไม่มีใครกล้าเดินทางผ่านในเวลากลางคืนโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะเสียงนกเค้าแมวที่ส่งเสียงโหยหวนทำให้บรรยากาศของสถานที่นี้น่ากลัวมากยิ่งขึ้น พ่อเฒ่ากล่าวต่อว่าต้นจำปาต้นใหญ่ต้นนั้นถึงเดือน 4 หรือ 5 จะออกดอกเต็มต้น มีจักจั่นอาศัยกรีดร้องก้องสั่งสนันป่า
ข้อสังเกตุอีกอย่างคือในสมัยก่อนเมื่อถึง"วันไหว้พระทาดหลวง ต้องมีการไหว้พระทาดสีเมืองก่อนจากนั้นก็ไปไหว้ทาดอินแปงและพระองตื้อ"การเรียงลำดับดังกล่าวเรียงมาจากความสำคัญและมีอายุเก่าแก่ สังเกตุว่าจะไม่เรียกว่า"เสาหลักเมือง"แต่จะเรียกว่า ทาดสีเมือง
Wat Si Muang
วัดสีเมือง

วัดสีเมือง เวียงจันเป็นสถานที่สำคัญที่ประชาชนชาวลาวและไทย

รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไป ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสปป.ลาว

รูปปั้นเจ้าแม่สีเมืองวัดสีเมือง

 ประวัติความเป็นมา วัดสีเมือง
วัดสีเมือง เชื่อกันว่า คำว่า ”สี” มาจากชื่อนางสี ส่วนเมือง ก็คือความหมายของเมือง เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความเสียสละของนางสี ที่ได้เสียสละชีวิตตัวเอง เพื่อให้เสาหลักเมืองครบองค์ประกอบในการเป็นหลักเมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ขนานนามวัดนี้ว่า “วัดสีเมือง”จวบปัจจุบัน
นางสี เป็นประชาชนชาวบ้านธรรมดาๆคนนึง อาศัยอยู่บ้านโชกใหญ่ (Sokyai) ชานเมืองเวียงจัน ตามคำเล่าของผู้เฒ่าเล่าว่า นางสี ได้แต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่สามีเป็นทหาร(ไม่ปรากฏชื่อ) หลังจากสามีของนาง ได้ไปรบในสนามรบ ก็ไม่ได้ติดต่อหรือได้ข่าวคราวจากสามีของนางเลย ทั้งๆที่นางสีนั้น ได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ ก็ได้ตั้งตารอข่าวจากสามี วันแล้ววันเล่า
วันหนึ่งก็มีขบวนแห่ของบ้านเมือง แห่มาประกาศหา บุคคลที่ต้องการเสียสละชีพ เพื่อเป็นตัวแทนของชาวเมือง เพื่อเฝ้าเสาหลักบ้านหลักเมือง เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข ตามความเชื่อว่า ทุกบ้านทุกเมืองนั้นไซ้ จะขาดหลักเมืองมิได้ มิฉะนั้นบ้านนั้น เมืองนั้น จะไม่มีวันสงบสุขหรือมีความเจริญรุ่งเรือง
นางสี ผู้ซึ่งไร้ความหวังและยังตั้งครรภ์ได้เดินทางไปยังหลักเมือง ก็ได้กระโดดลงหลุมหลักเมืองเพื่ออุทิศตนให้กับบ้านเมือง หวังเพียงว่า ชีวิตของนางนั้นจะช่วยให้บ้านเมืองของนางเจริญรุ่งเรืองตามที่หมอโหรบ้านหมอโหรเมืองได้ทำนายไว้

เนื่องจากมีความเชื่อว่า เจ้าแม่สีเมือง สามารถดลบันดาลในสิ่งที่มาบนบาลศาลกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน โชคลาภ คุ้มครองเวลาเดินทางไกล สอบเข้าเรียนต่อหรือทำงาน โดยเฉพาะเรื่องของการมีบุตร

รูปปั้นยักษ์วัดสีเมือง
พานเงิน วัดสีเมือง

วัดแห่งนี้ถือว่า เป็นมเหศักษ์หลักเมือง ที่คนลาวที่อาศัยอยู่ต่างแขวงต่างแดนต่างก็ต้องเดินทางมาสักการะเจ้าแม่สีเมืองสักครั้งในชีวิตเลยทีเดียว

รูปปั้นเจ้าแม่สีเมืองวัดสีเมือง

เนื่องจากมีความเชื่อว่า เจ้าแม่สีเมือง สามารถดลบันดาลในสิ่งที่มาบนบาลศาลกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน โชคลาภ คุ้มครองเวลาเดินทางไกล สอบเข้าเรียนต่อหรือทำงาน โดยเฉพาะเรื่องของการมีบุตร ไม่นานก็จะสมหวัง

ภายในอุโบสถ์วัดสีเมือง (Custom)

ห้องสำหรับทำพิธีผูกแขนญาติโยมภายในอุโบสถ์วัดสีเมือง ส่วนนี้ น่าจะเป็นส่วนต่อเติมขึ้นมา หลังจากการสร้างสิมคลุมหลักเมืองแล้ว สังเกตจากศิลปะลาวล้านช้างเก่าแก่ที่ข้างฝา ที่ยังคงรักษาให้เหมือนเดิมแล้ว ยังมีพระพุทธรูปโบราณให้กราบไหว้ขอพรหลังจากจุดเทียนกราบไหว้หลักเมือง

พลาดไม่ได้กับการยกพระเสี่ยงทาย (ตามรอยหนังเรื่อง สะบายดีหลวงพะบาง1)หรือจะถวายเงินผูกข้อต่อแขน รับศิลรับพร ก็สามารถทำได้ บางท่านก็จะแวะลูบฆ้องให้เกิดเสียงดัง เพราะมีความเชื่อว่า ใครลูบฆ้องให้ดังได้ จะโชคดีมีชัย ชื่อเสียงโด่งดังกระจาย ราวกับเสียงฆ้องทีเดียว

หลักเมืองเวียงจัน-วัดสีเมือง

     ภายในห้องของอุโบสถ ไม่มีพระประธานเช่นวัดทั่วไป แต่จะมีแท่งหินขนาดใหญ่ต้ังอยู่ เชื่อว่า เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ๋สิทธิ๋ในสมัยก่อน

     ภายในอุโบสถ เสาหลักเมืองจะตั้งอยู่เป็นห้องที่เสาหลักเมืองตั้งอยู่ล้อมรอบด้วยพระพุทธรูปเก่าแก่ มีหลากหลายปางหลายขนาดต่างกันส่วนมากมาจาก ที่ญาติโยมได้นำมาถวาย บางองค์ทำจากไม้ที่เก่าผุพัง ก็จะถูกนำออกไป แล้วนำองค์ที่ลูกศิษย์ลูกหานำมาถวายเพิ่มเติม แต่ก็มีการควบคุม จัดระเบียบไม่ให้มากจนเกินขนาด

คำไหว้หลักเมือง (ตั้งนะโม3จบ)

อะนันตะกุ   นะสำปันนา

ชาเนติ   อุโพไมทัง

มาตาปิตุมัง วาปาเท

วันทามิสาธะรัง

พระพุทธรูปวัดสีเมือง.jpg
พระพุทธรูปยืนภายในอุโบสถ์วัดสีเมือง

ภายในห้องนี้ไม่อนุญาตให้มีการจุดธูปเด็ดขาด จุดได้เฉพาะเทียนขนาดเล็ก พร้อมได้เตรียมถาดไว้ให้วางดอกไม้สำหรับบูชาหลักเมือง โดยจะมีคณะแม่เฒ่าหลายวัยคอยดูแลเรื่องการกราบไหว้ให้ถูกวิธี ไม่อนุญาตให้มีการเข้าผีเข้าทรงใดๆเด็ดขาด หากฝ่าฝืน มีสิทธิ์นอนคุกลาวนะครับ เรื่องนี้ระเอียดอ่อนมาก

ศาลพระภูมิข้างโบสถ์วัดสีเมือง.jpg

" อีกอย่างที่จะไม่ค่อยได้เห็นนัก คือที่วัดสีเมืองแห่งนี้ จะมีวัตถุมงคลให้เช่าด้วย ราคาเริ่มต้นก็ไม่แพง นักสะสมไม่ควรพลาด"

อย่าลืมรดน้ำมนต์กันก่อนกลับประเทศไทยนะครับ เพื่อเป็นสิริมงคล

ด้านข้างโบสถ์วัดสีเมือง.jpg

อุโบสถของวัดสีเมือง

โบสถ์วัดสีเมือง.jpg

อุโบสถของวัดสีเมือง

ประตูสีม่วงวัดสัเมือง

สีม่วงคือสีประจำวัด ประตูทางเข้าสวยงามร่วมสมัย

พระพุทธรูปยินวัดสีเมือง

ศาลาโรงฉันท์มีการปรับปรุงใหม่ สวยงามสะอาด แต่ยังคงใช้สีม่วงเป็นโทนหลัก

รูปปั้นเจ้าแม่สีเมืองวัดสีเมือง
รูปปั้นยักษ์วัดสีเมือง
Call Now Buttonโทรหาเราตอนนี้ รับสิทธิพิเศษ