รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
รถตู้อุดรธานี ไปลาวได้...เด้อ
บ่หลง บ่อ้อม แม่นยำการผ่านด่าน มี WIFI พร้อมประกันภัยทุกที่นั่ง
ADD LINE
Previous
Next

ศาลาแก้วกู่หนองคาย

"ทุกศาสนาสามารถอยู่รวมกันได้"

Sala Keoku / Wat Khaek giant fantastic concrete sculptures in Nongkai Thailand

Sala Keoku / Wat Khaek giant fantastic concrete sculptures

ยินดีต้อนรับท่านที่มาแบบสุภาพเรียบร้อย หากท่านมาเป็นมิตรเราจะอยู่แทบเท้าของท่าน

หากท่านมาเป็นศัตรูจะอยู่ไกลท่านยิ่งกว่าความตายเสียอีก ท่านอย่าเข้าใจว่าเปลวไฟจะไหม้มหานที

หากท่านเป็นมนุษย์มีความโลภสังคมต้องการส่วนเกิน โลกก็ตกอนู่ในหายนะ

อันคนชั่วชอบนินทาคนดีแต่คนดีไม่นินทาคนอื่น อันคนเราเกิดมาอย่าอวดดีว่ามีฤทธิ์ทุกชีวิต

ทุกๆชีวิตของมนุษย์อยู่ที่ดวงเก่งอย่างไรก็ร่วงเหมือนดวงดาว(อย่างวอดวาย)ผู้ยิ่งใหญ่ยังแพ้ชะตากรรม

ตามพุทธรรมคำสอนเอย ท่านครับในน้ำเน่ายังมีเงาจันทร์ บุคคลผู้นั้นมีความดีบ้างไหม

อันคนดีเขาไม่ดีมาแต่เกิด ชั่วก็ไม่เกิดจากท้องหมา

" ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ " "เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน"

Sala Keoku / Wat Khaek
ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ "ผู้สร้างศรัทราและจินตนาการให้เป็นจริง
หลังจากสร้างสวน"วัดทะนะทำเชียงควน"ในปี พศ.2518 ประเทศลาวเกิดวิกฤติทางการเมืองอย่างหนัก หลวงปู่จำเป็นต้อง
อพยพมาที่ฝั่งไทยจ.หนองคาย ร่วมมือกับลูกศิษย์ไทยและลาวร่วมจัดตั้ง"“พุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคาย”ขืันในปีพศ.2519
พ ศ. 2521 ได้เริ่มก่อสร้างอาคารศาลาแก้วกู่ขึ้น บนเนื้อที่ 41 ไร่ ที่ พร้อมบ้าน สามัคคี ต.หาดคำ โดยการรวบรวมทรัพย์จากสานุศิษย์ไทยลาว
พ ศ. 2527 หลวงปู่โดนใส่ความ โดนจับในข้อหาฉกรรจ์ ติดคุกอยู่จนปลายปี 2529 ยังคงสร้างรูปปั้นต่อไปโดยไม่ย่อท้อ
รวมแล้วเทวรูปทั้งหมดที่สร้างคือ 209 ปาง มีหลากหลายขนาด ที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 33 เมตรเลยทีเดียว
Sala Keoku / Wat Khaek
ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ เสียชีวิตลงในเดือนสิงหาคม 2539 ศิษยานุศิษย์ได้นำร่างของหลวงปู่ใส่ไว้ในผอบแก้วตามวัตถุประสงค๋
คำสั่งเสียของปู่เหลือคือ "ห้ามฉีดยา ห้ามเผา ห้ามฝังร่างของท่าน" ให้นำร่างของหลวงปู่ใส่ไว้ในผอบแก้ว
ด้วยความที่ปู่เหลือ เป็นผู้ที่มีบารมี ร่างกายของท่านจึงไม่เน่าเปื่อย แต่กลับปรากฎมหัศจรรย์เส้นผมของท่านเปลี่ยนไปมา บางวันก็หงอกบางวันก็ดำทั้งหัว
Sala Keoku / Wat Khaek
อาคารศาลาแก้วกู่ อาคาร 3 ชั้น สายเด่นเป็นสง่า สีขาว ด้านหน้าทีมีตชจุดไหว้คล้ายหมวกสีขาว ตัวอักษรแปลกตาสีทองกษรมีพระยางูสีเขียวขดตัวแผ่แม่เบี้ยชูคอคล้ายคอยเฝ้าเวรยามด้านหน้า มีเสาน่าจะเป็นศิวลึงค์ 10 ต้น ตั้งตระหง่านด้านหน้าทางเข้า
อาคารศาลาแก้วกู่ ชั้น 1 และ 2 จะรวบรวมพระพุทธรูปหลากหลายปางหลากหลายขนาด พร้อมภาพถ่ายหลายๆอริยาบทของปู่เหลือไว้ให้กราบไหว้
อาคารศาลาแก้วกู่ ชั้น 3 เป็นชั้นที่ผอบที่บรรจุร่างของปู่เหลือ มีดอกไม้แห้งและสดประดับอย่างสวยงาม สามารกราบไหว้ ทำบุญได้ครับกรุณาอย่าส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และควรรักษากริยามรรยาท นุ่งน้อยห่มน้อยห้ามเด็ดชาดครับ
Sala Keoku / Wat Khaek
Sala Keoku / Wat Khaek

“ปูชนียวัตถุและพุทธปูชนียสถานเทวาลัย”

Sala Keoku / Wat Khaek
เทวาลัยปางนี้คือองค์พระศิวะเทพและพระอุมาเทวี คือพระปิดตาเทพพระมาตุเทพของสามโลกพร้อมด้วยมหาโอรสรัชทายาท คือฑิฆะเนศวรและพระขันธะกุมาร ประทับอยู่วิมานบนเขาไกลลาศ เป็นที่สักการะเคารพของบรรดาชาวเทพทั้งสูงและต่ำตลอดจนมนุษย์ทั้งหลาย พระองค์ทรงมีเมตตาจิตแด่สัตว์โลกพระองค์เป็นที่พึ่งแดนเรา สมณชีพราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะอันแก่กล้าได้ช่วยพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ถ้าร้อนอาจถึงองค์มหาเทพสิวะเสด็จลงมาประทานพร ข้อแม้เพื่อกำจัดปราบปรามเหล่าอธรรมทำด้วยอุบายอันลึกลับพระองค์ดำรงไว้ซึ่งความสุขของสัตว์โลกด้วยคำร้องของกฎเกณฑ์ของเทวลึงตาววรรณคดีของโลกธาตุมาจนบัตรนี้ปางในพระราชสำนักพระศิวะคือครอบครัวของพระศิวะผู้รักษาพุทธศาสนา
Sala Keoku / Wat Khaek
เทวาลัยปางนี้คือพระราหูกินจันทร์และสุริยคราส "คำคม"เเสงหิงห้อยหรือจะเทียบกับแสงดาวที่พราวระยับ หมู่แสงดาวที่พราวระยับอยู่บนฟ้าหรือจะเทียบแสงเดือนที่นวลใยในนภา แสงเดือนสีนวลสดใสในท้องฟ้า ไหนจะเทียบแสงสุริยาอาทิตย์ได้ แสงสุริยาที่ว่าร้อนแดดแผดเผาทั่วโลกา ยังมีเท้าพระยาราหูที่ดับแสงแดดเผา ให้เยือกเย็นมัวมืดลงได้ อย่าคิดว่าเราจะดีกว่าคนทั้งโลกดังสมยานามว่าคนดีไม่มีคนเดียวในโลก
Sala Keoku / Wat Khaek
เทวลัยปางนี้คือพระกัจจายนะเถระ เป็นผู้มีรูปงามผิวพรรณผุดผ่องดังพระมีพระภาคเจ้าเป็นที่รักและเคารพของพุทธบริษัททั้งหลาย กาลต่อมามีโสไรยะเศรษฐีได้พบเห็นพระเถระแล้วเกิดอกุศลจิต เป็นให้กลับกายเป็นเพศหญิง แล้วต่อมาภายหลังระลึกบาป ได้ขอขมาพระเถระ จึงได้กลับเพศเป็นชายดังเดิม พระเถระเห็นดังนั้น จึงได้พิจารณาสังขารตนมีโทษภัยมาก จึงได้อธิฐานเป็นรูปอัปลักษ์ไม่น่าชม นายทองสุข นาง สุมาลี ชัยประเสริฐ (ร้านตั้งซุ่นเฮง อุดรธานี สร้างถวาย)
Sala Keoku / Wat Khaek
พระมหาเทวลัยปางนี้คือ ตลอดมายุกาลศาสนาขององค์พระสรรพพัญูญููโคดมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้แผ่มหาเมตาคุณ มหากรุณ่ธิคุณ ยังมนุษย์และเทวดาอินทร์พรม ยมกาฬ ในหมื่นโลกธาตุแสนโหฎิมหาจักรวาล ได้ดื่มน้ำอมตธรรมขนสัตว์เข้าสู่พระมหานิพพานนับจำนวนไม่ได้ พระองค์มีน้ำพระทัยเกื้อกูลสงเคราะห์แก่มนุษย์และเทวดาทั้งปวง ตามควรแก่จริตนิสัย (เฒ่าแก่กิมอู๋ แม่เหง้า แซ่เอีย จ.หนองคาย ศรัทธานำหมู่คณะสร้าง )
Sala Keoku / Wat Khaek
เทวาลัยปางนี้คือพระฑิฆเนตร เป็นทายาทของศิวลึงค์สถิตอยู่เขาไกลาศ เป็นเทพที่มีสติปัญญาล้ำเลิศมีวิทยาการศิลปะมาก สามารถแก้ไขความขัดข้องได้เป็นเยี่ยมกว่าเทพทั้งปวง และเป็นเทพที่ประสานความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเทวดาด้วยกลอุบายอันชำนาญชาญฉลาด สามารถเกลี้ยกล่อมพระเจ้าไชยวิลาศให้มีพระทัยตกลง ยอมให้นำศิวลึงค์ลงมาประดิษฐานในเมืองมนุษย์ได้ตามวรรณคดีของโลกธาตุ(เฒ่าแก่กิมอู๋ แม่เหง้า แซ่เอีย จ.หนองคาย ศรัทธานำหมู่คณะสร้าง 25 ตุลาคม 2521)
Sala Keoku
เทวลัยปางนี้คือ พระเจ้าปู่ทวดศรีสุทโธทนาคราชหรือพญาฬนาคราชคินทร์ เจ้าแห่งนาคพิภพ ( วรรณคดีภาคอีสานเรียกว่าพระห้าร้อยเณรน้อยองค์เดียวหรือขุนเทืองนาคนอนแล้วกิน )ดังมีเหตุกล่าวว่าในสมัยนั้นภายหลังเมื่อพระบรมโพธิสัตวสิทธัตถะเสวยข้าวมธุปายาสที่พระแม่สุชาดาธิดาแห่งเสนกุฎพี เมืองเสนานิคมอุเวลาเขต ประเทศอินเดียแล้วจึงอธิฐานว่า"ถ้าอตมาจะได้ตรัสรู้เป็นพระบรมโลกนาถ ขอให้ถาดนี้จงลอยทวนน้ำขึ้นๆปทางเหนือ ถ้าไม่ได้ตรัสรู้ดังประสงค์ก็จงลอยตามกระแสน้ำไป)แล้วก็ลอยถาดลงไปในกระแสน้ำไปในขณะนั้นถาดทองก็เหมือนมีเจตณาและวิญญาณก็ปาฎิหาริย์ลอยขึ้นทวนกระแสน้ำได้ไกลประมาณ 80 ศอกในที่แห่งหนี่งก็จมลง
Sala Keoku / Wat Khaek
 เบื้องบนพิภพพิมาณแห่งพญากาฬนาคราช(ขุนเทือง)ก็ทบกับถาดพุทธบริโภคแห่งสัพพัญญูพระพุทธเจ้า3 พระองค์ในอดีตคือ กะกุนโธ พระโกนาคมะโนและพระกัสสะโป พระพุทธเจ้าแสดงศัพท์สำเนียงแล้วลงประดิษฐานอยู่ในทิศเบื้องบนซ่อนภายใต้ตั้งรอง ซึ่งถาดแห่งพระพุทธเจ้าทั้ง 3 นั้น ฝ่ายพญากาฬนาคราชคินทร์ ได้ยินศัพท์สำเนียงแห่งถาดทองกระทบถึงหูขณะที่กำลังนิทรารมณ์ จึงได้ตื่นจากบรรทมอุฎฐาการดำรัสว่า วานนี้พระชินสีห์อุบัติขึ้นในโลกองค์หนึ่ง ซ้ำยังบังเกิด อีกองค์ เล่าทรวโสมนัสปิติพรรณาสรรเสริญพุทธคุณนานาประการ ส่วนพระบรมโพธิสัตว์ก็ได้ตรัสรู้ในราตรีวันเพ็ญวิสาขมาส ตามวรรณคดีของพระศาสนามาจนบ้ดนี้ (ชาวสำนักพุทธมกสมาคมและท่านผู้ใจบุณที่ท่องเที่ยวเป็นผู้ออกศรัทธาสร้างปางนี้)
Sala Keoku / Wat Khaek

พระเทวาลัยปางนี้คือ พระฑิฆเนศวร เป็นเหลนของพระเจ้าปู่ไท้สุวรรณเรศ(ปู่สังกะสา) เป็นหลานของพระเจ้าปู่ทวดเหมเหมะ เป็นพระโอรสที่อุบัติ์โดยพระเสโทของพระย่าอุมาเทวี ชายาของพระศิวะจอมเทวราช พระฑิฆเนศวรเป็นพระเชษฐาของพระขันธะกุมารพระฑิฆเนศวรได้รับสืบทอดทายาทจากเจ้าเทวลึงค์ เป็นเทพเจ้าผู้แก้ไขความขัดข้องของมนุษย์และเทวดา มีหน้าที่เป็นผู้นำสัตว์โลกลงมาเกิดในทุกๆโลกธาตุก่อนพระปังกะโวพุทธเจ้านับย้อนหลัง จากพระโคดมพุทธเจ้าประมาณ 2,584,171 องค์ ตามวรรณคดีของโลกธาตุมาจนถึงบัดนี้

Sala Keoku / Wat Khaek
ให้อ่านเป็นภาษาอีสาน (โอ้ยน้อ ติแต่ฝา เลยบ่รู้เบิ่งเซ็น )
นิแม่นเซื้ออึ่งเพ้า ควมเว้าฆ่าโต มัวแต่โสคสมเพิ้นว่า ผู้อิ่นขี้ฮ่าย
มายอย่องแต่เจ้าของ คนเฮานี้มีแต่ผู้องอาจ บัดพยาธิ์เข้าบ้าน ยาสิแก้กะบ่มี
ไผกะว่าโตดีแท้ เก่งในศาสนา โลดบ่ว่าโตค่คือข้องห้อยก้น
ฝนตกรินกะหม่นทำบาปฆ่าอึ่ง อึงคะนึงถือพร้า เทียวฆ่าแต่เขา
เลยบ่มองโตเอง ว่าดีหรือซั่ว กว่าสิฮู้ว่าโตฮ้ายตายแล้วจั่งเบิ่งกัน ท่านเอย
ชาวสำนักพุทธมามกสมาคม จังหวัดหนองคาย สร้่าง 1 กันยายน 2547
เทวะลัยปางนี้คือ พระกัจจานะ บุตรพราหมณ์ปุโรหิตผู้กัจจายนะโครต เดิมชื่อกัญจณาปิยะบุตร มีผิวพรรณผ่องใส เมื่อเจริญวัยแล้วได้เป็นปุโรหิตแทนบิดาในกาลต่อมา พระเจ้าจันทฑปัชโชต ผู้ครอบครองดรุงอุเชนี ทรงทราบว่า พระบรมศาสดาอุบัติขึ้นในโลกแล้ว และเสด็ดมาเยี่ยมประชาชนจึงรับสั่งให้พระกัจจายนะปุโลหิตไปราธนาทูลเสด็จมาสู่แคว้นพระองค์ ครั้งนั้นพระกัจจายนะทูลลาอุปสมบท เดินทางด้วยบริวาร 7 คน ได้ฟังคำเทศนา ก็สำเร็จพระอรหัตตผลแล้สทูลขออุปสมบท พระองค์อนุญาตให้เป็นภิกขุด้วยเอหิภิขุอุปสัมปทา พระเถระเป็นโอตะทัคคะจตุปฎิสัมถิทาญาณ
Sala Keoku / Wat Khaek
พระบรมศาสดารับสั่งให้กลับกรุงอุเชนี ประกาศพระศาสนาแทนพระองค์ พระเถระยังให้พระเจ้าจันทฑปัชโชตและชาวบ้านในพระพุทธศานาพระเถระผู้ มีอกิมาจารวัตรสังรวมอินทรีย์ และมีรูปโฉมอันงามดุจดังพระบรมศาสดาเป็นที่เคารพรักเลื่อมใสของชาวเมือง ต่อมามีโสไรยะเศษฐี ได้พบเห็นพระเถระ เกิดอกุศลจิตคิดเป็นบาปว่า ถ้าภรรยาเรามีรูปงามดังพระภิกษุองค์นี้ เราควมีความสุขมาก ด้วยอกุศลจิตคิดดังกล่าว ทำให้เศรษฐีกลับกลายเป็นหญิงในบัดดลนั้นเอง เศรษฐีละอายยิ่งได้ทิ้งภรรยาและบุตร 2 คนหนีไปอยู่ชนบทและมีสามีใหม่ได้บุตรอีก 2 คน ต่อมาสำนึกบาป จึงได้กลับมาชอขมาโทษพระเถระ ร่างก็กลับมาเป็นชายอบ่างเดิม พระเถระได้ออกบวชและพิจารณาสังขารตนมีโทษมีภัยมากแก่ผู้พบเห็น พระเถระจึงอธิษฐานรูปร่างให้กลายเป็นรูปอัปลักษณ์ไม่น่าชม ตามวรรณคดีของศาสนามาจนบัดนี้
ปางนี้ คุณสมนึกคุณนายอัญชลี เล็กศรีสกุลพร้อมครอบครัว เจ้าของบริษัทอิโคเน็กซ์ จำก้ด ออกศรัทราสร้างร่วมด้วยนักบุญที่มาเที่ยว อนุโมทนา(ใช้เวลาสร้าง 85 วันเสร็จ 2535 )
DONATED BY Mr.SOMSAK AND MADAM ANCHALI LEKSRISAKOON
เทวลัยปางนี้คือ พระเจ้าย่าทวดแอใค่ ( พระอุมาหรือพระสันติ )
Sala Keoku / Wat Khaek
Call Now Buttonโทรหาเราตอนนี้ รับสิทธิพิเศษ