ศาลาแก้วกู่ หนองคาย

"ทุกศาสนาสามารถอยู่รวมกันได้"

Sala Keoku / Wat Khaek giant fantastic concrete sculptures in Nongkai Thailand

Sala Keoku / Wat Khaek giant fantastic concrete sculptures

ยินดีต้อนรับท่านที่มาแบบสุภาพเรียบร้อย หากท่านมาเป็นมิตรเราจะอยู่แทบเท้าของท่าน

หากท่านมาเป็นศัตรูจะอยู่ไกลท่านยิ่งกว่าความตายเสียอีก ท่านอย่าเข้าใจว่าเปลวไฟจะไหม้มหานที

หากท่านเป็นมนุษย์มีความโลภสังคมต้องการส่วนเกิน โลกก็ตกอนู่ในหายนะ

อันคนชั่วชอบนินทาคนดีแต่คนดีไม่นินทาคนอื่น อันคนเราเกิดมาอย่าอวดดีว่ามีฤทธิ์ทุกชีวิต

ทุกๆชีวิตของมนุษย์อยู่ที่ดวงเก่งอย่างไรก็ร่วงเหมือนดวงดาว(อย่างวอดวาย)ผู้ยิ่งใหญ่ยังแพ้ชะตากรรม

ตามพุทธรรมคำสอนเอย ท่านครับในน้ำเน่ายังมีเงาจันทร์ บุคคลผู้นั้นมีความดีบ้างไหม

อันคนดีเขาไม่ดีมาแต่เกิด ชั่วก็ไม่เกิดจากท้องหมา

" ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ " "เมืองอมตะแก้วกู่มหานิพพาน"

Sala Keoku / Wat Khaek

ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ "ผู้สร้างศรัทราและจินตนาการให้เป็นจริง

หลังจากสร้างสวน"วัดทะนะทำเชียงควน"ในปี พศ.2518 ประเทศลาวเกิดวิกฤติทางการเมืองอย่างหนัก หลวงปู่จำเป็นต้อง
อพยพมาที่ฝั่งไทยจ.หนองคาย ร่วมมือกับลูกศิษย์ไทยและลาวร่วมจัดตั้ง"“พุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคาย”ขืันในปีพศ.2519
พ ศ. 2521 ได้เริ่มก่อสร้างอาคารศาลาแก้วกู่ขึ้น บนเนื้อที่ 41 ไร่ ที่บ้าน สามัคคี ต.หาดคำ โดยการรวบรวมทรัพย์จากสานุศิษย์ไทยลาว
พ ศ. 2527 หลวงปู่โดนใส่ความ โดนจับในข้อหาฉกรรจ์ ติดคุกอยู่จนปลายปี 2529 ยังคงสร้างรูปปั้นต่อไปโดยไม่ย่อท้อ
รวมแล้วเทวรูปทั้งหมดที่สร้างคือ 209 ปาง มีหลากหลายขนาด ที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 33 เมตรเลยทีเดียว
Sala Keoku / Wat Khaek
ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ เสียชีวิตลงในเดือนสิงหาคม 2539 ศิษยานุศิษย์ได้นำร่างของหลวงปู่ใส่ไว้ในผอบแก้วตามวัตถุประสงค๋
คำสั่งเสียของปู่เหลือคือ "ห้ามฉีดยา ห้ามเผา ห้ามฝังร่างของท่าน" ให้นำร่างของหลวงปู่ใส่ไว้ในผอบแก้ว
ด้วยความที่ปู่เหลือ เป็นผู้ที่มีบารมี ร่างกายของท่านจึงไม่เน่าเปื่อย แต่กลับปรากฎมหัศจรรย์เส้นผมของท่านเปลี่ยนไปมา บางวันก็หงอกบางวันก็ดำทั้งหัว
Sala Keoku / Wat Khaek
อาคารศาลาแก้วกู่ อาคาร 3 ชั้น สายเด่นเป็นสง่า สีขาว ด้านหน้าทีมีตชจุดไหว้คล้ายหมวกสีขาว ตัวอักษรแปลกตาสีทองกษรมีพระยางูสีเขียวขดตัวแผ่แม่เบี้ยชูคอคล้ายคอยเฝ้าเวรยามด้านหน้า มีเสาน่าจะเป็นศิวลึงค์ 10 ต้น ตั้งตระหง่านด้านหน้าทางเข้า
อาคารศาลาแก้วกู่ ชั้น 1 และ 2 จะรวบรวมพระพุทธรูปหลากหลายปางหลากหลายขนาด พร้อมภาพถ่ายหลายๆอริยาบทของปู่เหลือไว้ให้กราบไหว้
อาคารศาลาแก้วกู่ ชั้น 3 เป็นชั้นที่ผอบที่บรรจุร่างของปู่เหลือ มีดอกไม้แห้งและสดประดับอย่างสวยงาม สามารกราบไหว้ ทำบุญได้ครับกรุณาอย่าส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และควรรักษากริยามรรยาท นุ่งน้อยห่มน้อยห้ามเด็ดชาดครับ
Sala Keoku / Wat Khaek
Sala Keoku / Wat Khaek

“ปูชนียวัตถุและพุทธปูชนียสถานเทวาลัย”

Sala Keoku / Wat Khaek
เทวาลัยปางนี้คือองค์พระศิวะเทพและพระอุมาเทวี คือพระปิดตาเทพพระมาตุเทพของสามโลกพร้อมด้วยมหาโอรสรัชทายาท คือฑิฆะเนศวรและพระขันธะกุมาร ประทับอยู่วิมานบนเขาไกลลาศ เป็นที่สักการะเคารพของบรรดาชาวเทพทั้งสูงและต่ำตลอดจนมนุษย์ทั้งหลาย พระองค์ทรงมีเมตตาจิตแด่สัตว์โลกพระองค์เป็นที่พึ่งแดนเรา สมณชีพราหมณ์ผู้บำเพ็ญตบะอันแก่กล้าได้ช่วยพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ถ้าร้อนอาจถึงองค์มหาเทพสิวะเสด็จลงมาประทานพร ข้อแม้เพื่อกำจัดปราบปรามเหล่าอธรรมทำด้วยอุบายอันลึกลับพระองค์ดำรงไว้ซึ่งความสุขของสัตว์โลกด้วยคำร้องของกฎเกณฑ์ของเทวลึงตาววรรณคดีของโลกธาตุมาจนบัตรนี้ปางในพระราชสำนักพระศิวะคือครอบครัวของพระศิวะผู้รักษาพุทธศาสนา
Sala Keoku / Wat Khaek
เทวาลัยปางนี้คือพระราหูกินจันทร์และสุริยคราส "คำคม"เเสงหิงห้อยหรือจะเทียบกับแสงดาวที่พราวระยับ หมู่แสงดาวที่พราวระยับอยู่บนฟ้าหรือจะเทียบแสงเดือนที่นวลใยในนภา แสงเดือนสีนวลสดใสในท้องฟ้า ไหนจะเทียบแสงสุริยาอาทิตย์ได้ แสงสุริยาที่ว่าร้อนแดดแผดเผาทั่วโลกา ยังมีเท้าพระยาราหูที่ดับแสงแดดเผา ให้เยือกเย็นมัวมืดลงได้ อย่าคิดว่าเราจะดีกว่าคนทั้งโลกดังสมยานามว่าคนดีไม่มีคนเดียวในโลก
Sala Keoku / Wat Khaek
เทวลัยปางนี้คือพระกัจจายนะเถระ เป็นผู้มีรูปงามผิวพรรณผุดผ่องดังพระมีพระภาคเจ้าเป็นที่รักและเคารพของพุทธบริษัททั้งหลาย กาลต่อมามีโสไรยะเศรษฐีได้พบเห็นพระเถระแล้วเกิดอกุศลจิต เป็นให้กลับกายเป็นเพศหญิง แล้วต่อมาภายหลังระลึกบาป ได้ขอขมาพระเถระ จึงได้กลับเพศเป็นชายดังเดิม พระเถระเห็นดังนั้น จึงได้พิจารณาสังขารตนมีโทษภัยมาก จึงได้อธิฐานเป็นรูปอัปลักษ์ไม่น่าชม นายทองสุข นาง สุมาลี ชัยประเสริฐ (ร้านตั้งซุ่นเฮง อุดรธานี สร้างถวาย)
Sala Keoku / Wat Khaek
พระมหาเทวลัยปางนี้คือ ตลอดมายุกาลศาสนาขององค์พระสรรพพัญูญููโคดมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้แผ่มหาเมตาคุณ มหากรุณ่ธิคุณ ยังมนุษย์และเทวดาอินทร์พรม ยมกาฬ ในหมื่นโลกธาตุแสนโหฎิมหาจักรวาล ได้ดื่มน้ำอมตธรรมขนสัตว์เข้าสู่พระมหานิพพานนับจำนวนไม่ได้ พระองค์มีน้ำพระทัยเกื้อกูลสงเคราะห์แก่มนุษย์และเทวดาทั้งปวง ตามควรแก่จริตนิสัย (เฒ่าแก่กิมอู๋ แม่เหง้า แซ่เอีย จ.หนองคาย ศรัทธานำหมู่คณะสร้าง )
Sala Keoku / Wat Khaek
เทวาลัยปางนี้คือพระฑิฆเนตร เป็นทายาทของศิวลึงค์สถิตอยู่เขาไกลาศ เป็นเทพที่มีสติปัญญาล้ำเลิศมีวิทยาการศิลปะมาก สามารถแก้ไขความขัดข้องได้เป็นเยี่ยมกว่าเทพทั้งปวง และเป็นเทพที่ประสานความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเทวดาด้วยกลอุบายอันชำนาญชาญฉลาด สามารถเกลี้ยกล่อมพระเจ้าไชยวิลาศให้มีพระทัยตกลง ยอมให้นำศิวลึงค์ลงมาประดิษฐานในเมืองมนุษย์ได้ตามวรรณคดีของโลกธาตุ(เฒ่าแก่กิมอู๋ แม่เหง้า แซ่เอีย จ.หนองคาย ศรัทธานำหมู่คณะสร้าง 25 ตุลาคม 2521)
Sala Keoku
เทวลัยปางนี้คือ พระเจ้าปู่ทวดศรีสุทโธทนาคราชหรือพญาฬนาคราชคินทร์ เจ้าแห่งนาคพิภพ ( วรรณคดีภาคอีสานเรียกว่าพระห้าร้อยเณรน้อยองค์เดียวหรือขุนเทืองนาคนอนแล้วกิน )ดังมีเหตุกล่าวว่าในสมัยนั้นภายหลังเมื่อพระบรมโพธิสัตวสิทธัตถะเสวยข้าวมธุปายาสที่พระแม่สุชาดาธิดาแห่งเสนกุฎพี เมืองเสนานิคมอุเวลาเขต ประเทศอินเดียแล้วจึงอธิฐานว่า"ถ้าอตมาจะได้ตรัสรู้เป็นพระบรมโลกนาถ ขอให้ถาดนี้จงลอยทวนน้ำขึ้นๆปทางเหนือ ถ้าไม่ได้ตรัสรู้ดังประสงค์ก็จงลอยตามกระแสน้ำไป)แล้วก็ลอยถาดลงไปในกระแสน้ำไปในขณะนั้นถาดทองก็เหมือนมีเจตณาและวิญญาณก็ปาฎิหาริย์ลอยขึ้นทวนกระแสน้ำได้ไกลประมาณ 80 ศอกในที่แห่งหนี่งก็จมลง
Sala Keoku / Wat Khaek
 เบื้องบนพิภพพิมาณแห่งพญากาฬนาคราช(ขุนเทือง)ก็ทบกับถาดพุทธบริโภคแห่งสัพพัญญูพระพุทธเจ้า3 พระองค์ในอดีตคือ กะกุนโธ พระโกนาคมะโนและพระกัสสะโป พระพุทธเจ้าแสดงศัพท์สำเนียงแล้วลงประดิษฐานอยู่ในทิศเบื้องบนซ่อนภายใต้ตั้งรอง ซึ่งถาดแห่งพระพุทธเจ้าทั้ง 3 นั้น ฝ่ายพญากาฬนาคราชคินทร์ ได้ยินศัพท์สำเนียงแห่งถาดทองกระทบถึงหูขณะที่กำลังนิทรารมณ์ จึงได้ตื่นจากบรรทมอุฎฐาการดำรัสว่า วานนี้พระชินสีห์อุบัติขึ้นในโลกองค์หนึ่ง ซ้ำยังบังเกิด อีกองค์ เล่าทรวโสมนัสปิติพรรณาสรรเสริญพุทธคุณนานาประการ ส่วนพระบรมโพธิสัตว์ก็ได้ตรัสรู้ในราตรีวันเพ็ญวิสาขมาส ตามวรรณคดีของพระศาสนามาจนบ้ดนี้ (ชาวสำนักพุทธมกสมาคมและท่านผู้ใจบุณที่ท่องเที่ยวเป็นผู้ออกศรัทธาสร้างปางนี้)
Sala Keoku / Wat Khaek

พระเทวาลัยปางนี้คือ พระฑิฆเนศวร เป็นเหลนของพระเจ้าปู่ไท้สุวรรณเรศ(ปู่สังกะสา) เป็นหลานของพระเจ้าปู่ทวดเหมเหมะ เป็นพระโอรสที่อุบัติ์โดยพระเสโทของพระย่าอุมาเทวี ชายาของพระศิวะจอมเทวราช พระฑิฆเนศวรเป็นพระเชษฐาของพระขันธะกุมารพระฑิฆเนศวรได้รับสืบทอดทายาทจากเจ้าเทวลึงค์ เป็นเทพเจ้าผู้แก้ไขความขัดข้องของมนุษย์และเทวดา มีหน้าที่เป็นผู้นำสัตว์โลกลงมาเกิดในทุกๆโลกธาตุก่อนพระปังกะโวพุทธเจ้านับย้อนหลัง จากพระโคดมพุทธเจ้าประมาณ 2,584,171 องค์ ตามวรรณคดีของโลกธาตุมาจนถึงบัดนี้

Sala Keoku / Wat Khaek
ให้อ่านเป็นภาษาอีสาน (โอ้ยน้อ ติแต่ฝา เลยบ่รู้เบิ่งเซ็น )

นิแม่นเซื้ออึ่งเพ้า ควมเว้าฆ่าโต มัวแต่โสคสมเพิ้น ว่าผู้อิ่นขี้ฮ่าย

มายอย่องแต่เจ้าของ คนเฮานี้มีแต่ผู้องอาจ บัดพยาธิ์เข้าบ้าน ยาสิแก้กะบ่มี

ไผกะว่าโตดีแท้ เก่งในศาสนา โลดบ่ว่าโตคือข้อง ห้อยก้นมี

ฝนตกรินกะหม่น ทำบาปฆ่าอึ่ง อึงคะนึงถือพร้า เทียวฆ่าแต่เขา

เลยบ่มองโตเอง ว่าดีหรือซั่ว กว่าสิฮู้ว่าโตฮ้าย ตายแล้วจั่งเบิ่งกัน ……ท่านเอย

ชาวสำนักพุทธมามกสมาคม จังหวัดหนองคาย สร้่าง 1 กันยายน 2547
เทวะลัยปางนี้คือ พระกัจจานะ บุตรพราหมณ์ปุโรหิตผู้กัจจายนะโครต เดิมชื่อกัญจณาปิยะบุตร มีผิวพรรณผ่องใส เมื่อเจริญวัยแล้วได้เป็นปุโรหิตแทนบิดาในกาลต่อมา พระเจ้าจันทฑปัชโชต ผู้ครอบครองดรุงอุเชนี ทรงทราบว่า พระบรมศาสดาอุบัติขึ้นในโลกแล้ว และเสด็ดมาเยี่ยมประชาชนจึงรับสั่งให้พระกัจจายนะปุโลหิตไปราธนาทูลเสด็จมาสู่แคว้นพระองค์ ครั้งนั้นพระกัจจายนะทูลลาอุปสมบท เดินทางด้วยบริวาร 7 คน ได้ฟังคำเทศนา ก็สำเร็จพระอรหัตตผลแล้สทูลขออุปสมบท พระองค์อนุญาตให้เป็นภิกขุด้วยเอหิภิขุอุปสัมปทา พระเถระเป็นโอตะทัคคะจตุปฎิสัมถิทาญาณ
Sala Keoku / Wat Khaek
พระบรมศาสดารับสั่งให้กลับกรุงอุเชนี ประกาศพระศาสนาแทนพระองค์ พระเถระยังให้พระเจ้าจันทฑปัชโชตและชาวบ้านในพระพุทธศานาพระเถระผู้ มีอกิมาจารวัตรสังรวมอินทรีย์ และมีรูปโฉมอันงามดุจดังพระบรมศาสดาเป็นที่เคารพรักเลื่อมใสของชาวเมือง ต่อมามีโสไรยะเศษฐี ได้พบเห็นพระเถระ เกิดอกุศลจิตคิดเป็นบาปว่า ถ้าภรรยาเรามีรูปงามดังพระภิกษุองค์นี้ เราควมีความสุขมาก ด้วยอกุศลจิตคิดดังกล่าว ทำให้เศรษฐีกลับกลายเป็นหญิงในบัดดลนั้นเอง เศรษฐีละอายยิ่งได้ทิ้งภรรยาและบุตร 2 คนหนีไปอยู่ชนบทและมีสามีใหม่ได้บุตรอีก 2 คน ต่อมาสำนึกบาป จึงได้กลับมาชอขมาโทษพระเถระ ร่างก็กลับมาเป็นชายอบ่างเดิม พระเถระได้ออกบวชและพิจารณาสังขารตนมีโทษมีภัยมากแก่ผู้พบเห็น พระเถระจึงอธิษฐานรูปร่างให้กลายเป็นรูปอัปลักษณ์ไม่น่าชม ตามวรรณคดีของศาสนามาจนบัดนี้
ปางนี้ คุณสมนึกคุณนายอัญชลี เล็กศรีสกุลพร้อมครอบครัว เจ้าของบริษัทอิโคเน็กซ์ จำก้ด ออกศรัทราสร้างร่วมด้วยนักบุญที่มาเที่ยว อนุโมทนา(ใช้เวลาสร้าง 85 วันเสร็จ 2535 )
DONATED BY Mr.SOMSAK AND MADAM ANCHALI LEKSRISAKOON
เทวลัยปางนี้คือ พระเจ้าย่าทวดแอใค่ ( พระอุมาหรือพระสันติ )
Sala Keoku / Wat Khaek
Call Now Buttonราคาพิเศษ เริ่มต้น 1,500